การกระจายความเสี่ยงและการจัด position ให้เหมาะสม

ในชีวิตจริง มีน้อยคนมากๆที่จะสามารถทำอะไรต่างๆ มากกว่าหนึ่ง หรือสองอย่างๆไปพร้อมๆกันให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พวกคนที่ชอบทำได้หลายๆอย่างนั้นส่วนมากจะไม่ได้เชียวชาญในเรื่องใดเลย และน้อยมากที่พวกเขาจะประสบความสำเร็จไม่ว่าจะในเรื่องไหนก็ตาม คำว่า อย่าโยนไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียวนั้น ฟังดูเหมือนจะเป็นคำแนะนำที่ดี แต่หากมองในแง่ของการลงทุน ยิ่งคุณกระจายความเสี่ยงในหุ้นมากตัวเท่าไหร่ นั่นอาจจะทำให้คุณรับรู้เรื่องต่างๆน้อยลงเท่านั้น เทรดเดอร์หลายคนมักมีการกระจายความเสี่ยงที่มากเกินไป จริงๆแล้วผลลัพธ์ที่ดีนั้นมักจะเกิดจากการที่เรามุ่งเน้นในหุ้นที่ดีแค่ไม่กี่ตัวที่เราสามารถรับรู้ถึงผลงานได้เป็นอย่างดีและคอยเฝ้าดูมันอย่างระมัดระวัง ซึ่งในอดีตก็มีตัวอย่างเทรดเดอร์มากมายที่พอร์ตโฟลิโอต้องสูญเงินจำนวนมากจากการกระจายความเสี่ยงที่มากไปในช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง จะเห็นได้ว่ามันไม่ได้ช่วยปกป้องพอร์ตโฟลิโอของเราได้เลยหากเกิดสถานการณ์ที่เลวร้ายแบบนั้น เพราะการกระจายความเสี่ยงที่มากไปจะทำให้เราตอบสนองต่อสถานการณ์ได้ช้าจากความที่มีหุ้นมากตัวเกินกว่าที่ตนจะสามารถบริหารจัดการได้ กว่าจะรู้ตัวว่าสถานะที่ถืออยู่นั้นไปไม่รอดแล้ว เงินทุนก็อาจจะติดลบไปมากแล้ว

cover-img-cg04

ตัวอย่างการบริหารการกระจายความเสี่ยง:
สมมติว่าผมมีเงินลงทุนประมาณ 500,000 – 5,000,000 บาท ผมควรมีการพิจารณาที่จะจำกัดการซื้อไว้ในหุ้นไม่เกิน 5-10 ตัว(ตามความสามารถในการบริหารจัดการเงินของแต่ละคน) ที่ผ่านการวิเคราะห์และคัดสรรมาเป็นอย่างดี ซึ่งแน่นอนว่าเราต้องรู้จักและเข้าใจทั้งเชิงผลงาน และเชิงพฤติกรรมของมัน เมื่อถือหุ้น 5 หรือ 6 ตัวไว้ และหุ้นหนึ่งในนั้นมีพฤติกรรมที่น่าสนใจที่จะซื้อเพิ่ม คุณควรมองหาหุ้นในมือตัวอื่นที่ให้ผลกำไรเชื่องช้าและไม่น่าสนใจที่สุด และขายมันไป เพื่อนำเงินจำนวนนั้นมาเพิ่มให้กับหุ้นอีกตัวที่มีพฤติกรรมที่น่าสนใจที่จะซื้อเพิ่ม หากสมมติผมมีเงินลงทุนน้อยกว่านั้นจำนวนหุ้นตัวที่จะถือแบบสมเหตุสมผลก็ประมาณไม่เกิน 4-6 ตัว ส่วนพอร์ตที่เงินลงทุนไม่ถึง 1แสน ไม่ควรถือเกิน 3 ตัว

 

อย่างไรก็ตามเราควรพยายามให้ทุกอย่างอยู่ในการควบคุม ยิ่งคุณถือหุ้นมากตัวเท่าไหร่ความยากในการเฝ้าติดพวกมันทุกตัวก็จะยากขึ้นเช่นกัน แม้แต่เทรดเดอร์ที่มีขนาดพอร์ตลงทุนหลัก 10-100 ล้านบาท พวกเขานั้นก็ไม่ได้ต้องการหุ้นที่ผ่านการคัดสรรและวิเคราะห์มาเป็นอย่างดี มากไปกว่า 10 ตัว หากคุณคิดว่ามันน้อยไปก็อาจถือเพิ่มได้อีก นั่นขึ้นอยู่ความสามารถในการบริหารเงินลงทุนส่วนบุคคล แต่การที่จะถือหุ้น 20 หรือ 30 ตัวนั้น อาจเกิดปัญหาได้ การจะทำกำไรให้ได้จำนวนมากนั้นมาจากการทำโดยมุ่งเน้น เพราะทำให้เรามีแผนในการซื้อขายที่เหมาะสมกับความเป็นจริงด้านความสามารถในการบริหารเงินหน้าตักของเราเอง

 
การบริหารจัดการเงินลงทุนในพอร์ตนั้นเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ทำให้สามารถสร้างกำไรได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งเราควรให้ความสำคัญกับส่วนนี้ไว้มากๆ หลายคนสามารถเปิดสถานะในจุดที่เหมาะสมของหุ้นที่แข็งแกร่งได้เป็นประจำ แต่มันจะดีกว่าไหมถ้าในเมื่อเราสามารถหาหุ้นที่ยอดเยี่ยมและสามารถทำเงินกับมันได้ จากการที่มันปรับตัวขึ้นสูงไปเรื่อยๆ แต่ลองย้อนดูหุ้นทุกตัวในพอร์ตดู ว่ายังมีสถานะที่อ่อนแอเชื่องช้าไม่ค่อยสร้างผลกำไรให้เราอยู่รึเปล่า แล้วถามตัวเองว่าเงินที่อยู่สถานะที่ไม่กระเตื้องนั้นควรจะไปอยู่ที่ไหนแทน

‪#‎แอดมินลุงใจ‬
Brotherhood Trader – พูดคุยหุ้น การลงทุน ตามประสาพี่น้อง