ทฤษฎีดาว-Dow’s Theory (ตอนที่ 1)

ทฤษฎีดาว-Dow’s Theory (ตอนที่ 1)

ถูกคิดค้นขึ้นโดยนายชาร์ลส์ เอช ดาว (Charles H. Dow) หลักการนี้ได้พูดถึงการวิเคราะห์ทางเทคนิค หรือ การเคลื่อนที่ของราคาหุ้น แต่สิ่งนี้ถือเป็นปรัญญาของตลาดหุ้น ทฤษฎีดาวนี้ไม่ได้สมบูรณ์แบบ ในขณะที่ทฤษฎีดาวสามารถให้เป็นพื้นฐานในการวิเคราะห์ ทฤษฎีนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการพัฒนาแนวทางการวิเคราะห์ของนักลงทุนสามารถนำไปต่อยอดได้ ก่อนอื่นจะเข้าเรื่องดาวน์ต้องพูดถึงแนวโน้วขาขึ้น-ขาลงก่อนนะครับ


1

ส่วนหนึ่งที่สำคัญของทฤษฎีดาวเป็นลักษณะทิศทางโดยรวมของตลาด การทำเช่นนี้จะใช้ทฤษฎีการวิเคราะห์แนวโน้ม
“แนวโน้มขึ้น (Uptrend)”
มีรูปแบบที่จุดยอดของราคาที่ขึ้นไปในแต่ละครั้งจะสูงกว่ายอดเก่า และราคาต่ำสุดของหุ้นที่ลดลงในครั้งใหม่จะสูงกว่าครั้งก่อน
– ราคาหุ้นจะขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่เรื่อยๆ
– มีการย่อลงบ้าง แต่จะกลับขึ้นไปอีก และไม่ทำ Low ใหม่ที่ต่ำกว่าเดิม )
– ระยะการขึ้นมากกว่าลง

“แนวโน้มลง (Downtrend)”
มีรูปแบบที่จุดยอดของราคาที่ขึ้นไปในแต่ละครั้งจะต่ำกว่ายอดเก่า และจุดต่ำสุดของการลดลงครั้งใหม่จะต่ำกว่าครั้งก่อน โดยเส้นแนวโน้มลง
– ราคาหุ้นจะลงไปทำจุดต่ำสุดใหม่เรื่อยๆ
– มีการดีดตัวขึ้นบ้าง แต่จะกลับลงไปอีก และไม่สามารถทำ high ใหม่ที่สูงกว่าเดิม
– ระยะการลงมากกว่าขึ้น

2

แนวโน้มตลาด (Market Trend) แบ่งได้ 3 ลักษณะ คือ
1.Primary Trend (แนวโน้มหลัก) ในทฤษฏีดาวน์แนวโน้มหลักเป็นแนวโน้มที่สำคัญ สำคัญที่สุดในการเคลื่อนไหวของราคาหุ้น แนวโน้มหลักล้วนจะส่งผลต่อแนวโน้มรองและแนวโน้มย่อย เป็นการเปลี่ยนแปลงของราคาในระยะยาว กินเวลาประมานมากกว่า 1 และ 3 ปี(แล้วแต่กรณี)
2.Secondary or Intermediate (แนวโน้มรอง) เป็นทิศทางที่ตรงกันข้ามหรือแก้ไขเพื่อแนวโน้มหลัก คือการเปลี่ยนแปลงระยะสั้นในแนวโน้มหลัก กินระยะเวลาประมาณ 1 เดือน – 3 เดือน
3. Minor Trend (แนวโน้มย่อย) สุดท้ายของสามประเภทแนวโน้มในทฤษฎีดาวเป็นแนวโน้มเล็กน้อยซึ่งถูกกำหนดให้เป็นการเคลื่อนไหวรองลงมาเป็นแนวโน้มรอง เป็นการเปลี่ยนแปลงของราคาในแต่ละวัน ซึ่งไม่มีผลต่อแนวโน้มหลัก กินระยะเวลาประมาน 3 สัปดาห์

3

Primary Upward Trend (Bull Market) แนวโน้มหลัก(ตลาดกระทิง) 3 ระยะ
1.The Accumulation Phase (ระยะสะสม) ขั้นตอนการสะสมจากระยะสุดท้ายของแนวโน้มขาลง เป็นส่วนแรกของตลาดกระทิงขั้นตอนของการสะสม เป็นจุดเริ่มต้นของการปรับตัวแนวโน้มขาขึ้น ช่วงนี้นักลงทุนเกิดการลังเล นักเก็งกำไรจะมองหาเทคนิค ส่วนนักลงทุนปัจจัยพื้นฐานจะเริ่มหาข้อมูลหรือมองหาหุ้นเทิร์นอะราวด์
2.Big Move Phase or Public Participation Phase (ระยะปรับตัวขึ้นครั้งใหญ่ในขาขึ้น) เป็นขั้นตอนที่นักลงทุนเข้ามาลงทุนต่อจากระยะสะสม ซึ่งจะทำให้ชาร์ทเกิดแนวโน้มใหม่ ฝรั่งเรียกว่าขั้นตอนการมีส่วนร่วมของประชาชน ข่าวดีจะแหร่กระจายขึ้นเรื่อยๆราคาหุ้นจะพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จะเป็นการเคลื่อนไหวของราคาที่ใหญ่ที่สุด
3.Excess phase (ระยะอิ่มตัว) ในระยะนี้ความเชื่อมั่นยังเป็นในแง่ดี ความคาดหวังของตลาดสูงขึ้น ระยะนี้นักลงทุนรายย่อยให้ความสนใจในตลาดหุ้นจำนวนมาก ตลาดเริ่มอิ่มตัว และเป็นระยะที่ ใกล้ถึงจุดสูงสุดแล้ว จะเริ่มเข้าสู่ระยะการกระจายตัว

4

Primary Downward Trend (Bear Market) แนวโน้มหลัก (ตลาดหมี) 3 ระยะ
1.Distribution Phase(ระยะการกระจาย) ในขั้นตอนนี้ ความเชื่อมั่นโดยรวม ยังคงเป็นแง่ดี กับความคาดหวัง ของตลาดที่สูงขึ้น นอกจากนี้ยังเป็น ช่วงที่มี การซื้ออย่างต่อเนื่อง เนื่องจากนักลงทุนมากขึ้น และที่คาดการณ์ไว้อ่อนแอลง
แนวโน้มราคาเริ่มลดลง นักลงทุนรายใหญ่เริ่มกระจายออก
2. Big Move Phase or Public Participation Phase (ระยะปรับตัวครั้งใหญ่ในขาลง) ในระหว่างขั้นตอน นี้ เป็นที่ชัดเจนว่า สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ในตลาดที่กำลังเลวร้ายลง และความเชื่อมั่นที่เป็นลบมากขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป ตลาดยังคงเลวร้าย ในขณะที่การขายที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
3. Despair or Panic Phase (ระยะสิ้นหวัง) ขั้นตอนสุดท้ายของตลาดมีแนวโน้มที่ลดลง เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ในระยะนี้คุณจะเห็นนักลงทุนจำนวนมาก พากันขายหุ้นของพวกเขา นักลงทุนเหล่านี้มักจะเป็นคนที่เพิ่งเข้ามาในตลาดช่วงที่ราคาหุ้นกำลังวิ่งขึ้น จะจบระยะนี้จนกระทั้ง เมื่อเจอจุดต่ำสุดแล้วจะกลับไป เป็นระยะสะสมใหม่อีกครั้ง(The Accumulation Phase)

5


ขอบคุณภาพและข้อมูลเบื้องต้นจากหนังสือ E-book “Technical Analysis” ของคุณ Agapol Chamnanpanich

#แอดมินอ้ายแซม
Brotherhood Trader – พูดคุยหุ้น การลงทุน ตามประสาพี่น้อง
สามารถติดตามและอ่านบทความของพวกเราเพิ่มเติมได้ที่ www.brotherhoodtrader.com