พฤติกรรมของหุ้นที่แข็งแกร่งกว่าตลาด (Strong Relative Strength & Strong General Market)

ในอดีตที่ผ่านมาผมเคยยกตัวอย่างหุ้นมากมายหลายต่อหลายตัวที่เป็นผู้ชนะในตลาดหลายๆตัวทำกำไรได้มากกว่า 100% แต่ถ้าหากคุณคิดว่า 100% นั้นมันยอดเยี่ยมอยู่แล้ว ผมอยากจะขอเน้นย้ำเพิ่มเติมอีกว่าในหลายๆครั้งการเคลื่อนตัวของราคาหุ้นบางตัวก็สามารถให้กำไรเรามากกว่า 1000% ครับ นี่ไม่ใช่ตัวเลขที่หลอกลวงใดๆทั้งสิ้น เพียงแต่ส่วนใหญ่แล้วมันจะเกิดขึ้นในช่วงรอบระยะของตลาด Strong Bullish ดังเช่นที่มันเคยเกิดขึ้นมาแล้วในช่วงปี 2009 – 2013 หลังจากตลาดทั่วโลกพบกับปัญหาของ subprime mortgage crisis

# คลิกที่รูปภาพเพื่อดูรูปภาพขนาดเต็ม

ในปีที่ผ่านๆมามีหุ้นยอดเยี่ยมที่ทำผลกำไรได้หลัก 100% หลายๆตัวซึ่งวิ่งขึ้นสวนแนวโน้มของ Set index ที่เอาแต่ปรับตัวลดลงจากบริเวณ 1,616 จุด อย่างหน้าตาเฉย ! หากถามว่าเราจะสามารถวิเคราะห์มันได้อย่างไรว่าหุ้นตัวใดมีความแข็งแกร่งกว่าแนวโน้มตลาดโดยรวม วิธีการนี้ผมเคยแนะนำไปนานมากแล้วนั่นก็คือ มันง่ายมากที่คุณจะดูว่าหุ้นที่คุณสนใจนั้นมันแข็งแรงหรืออ่อนแอกว่าตลาด คุณก็เพียงแค่เปิดชาร์ทราคาหุ้นที่คุณสนใจและชาร์ทดัชนี Set Index มาเปรียบเทียบกันดู คุณก็จะเห็นว่าหุ้นที่คุณสนใจนั้นมันมีลักษณะแบบใด

  1. แข็งแกร่งกว่าตลาดเป็นผู้นำ (Leading Stock)
  2. ตามแนวโน้มตลาด(Follow Market : Nature)
  3. อ่อนแอกว่าแนวโน้มตลาด(Laggard)

ในปี 2016 นี้มีหุ้นที่แสดงศักยภาพแข็งแกร่งกว่าตลาดเช่นเดียวกัน ซึ่งปกติแล้วถึงแม้ตลาดจะปรับตัวลดลงแค่ไหน มันก็มีหุ้นที่เราสามารถสร้างผลกำไรได้เสมอ ซึ่งผมแบ่งลักษณะของการมองหาหุ้นผู้ชนะไว้ 3 กรณี ดังนี้ครับ

กรณีที่ 1 ) Bullish Trend
ในช่วงที่ตลาดปรับตัวเป็นขาขึ้นที่แข็งแกร่งจะมีหุ้นที่เป็นผู้นำ Leading Stock ปรับตัววิ่งขึ้นก่อนตลาดเสมอ รวมถึงหุ้นโดยส่วนใหญ่ก็จะปรับตัวเพิ่มขึ้นตาม จึงส่งผลให้ในปีนั้นๆหุ้นโดยส่วนใหญ่จะเคลื่อนไหวปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ในช่วงที่ขนาด Bullish แบบนี้คุณจะเห็นหุ้นมากมายหลายตัวที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง เปรียบเสมือนกับคุณกำลังเดินอยู่ในสวนที่มีแต่ดอกไม้สวยงามนานาพันธุ์ให้คุณได้มองและสนใจ ปัญหาของการที่ตลาดเป็นขาขึ้นนั้นดูเหมือนจะไม่มีเพราะโดยส่วนใหญ่นักลงทุนน่าจะได้กำไรกัน แต่สิ่งที่เราควรมองหาให้มากกว่าก็คือ ในเมื่อตลาดเป็นช่วง Bullish Trend เราจะมีวิธีอะไรที่สามารถซื้อหุ้นที่มีพลังมากกว่าหุ้นขาขึ้นตัวอื่นๆ คำตอบง่ายมากครับ “ผลกำไรที่ก้าวกระโดด และการเคลื่อนไหวของชาร์ทราคาที่สนับสนุน”

กรณีที่ 2 ) Bearish Trend
ในช่วงที่ตลาดเป็นขาลง หุ้นส่วนใหญ่และตัว Index ย่อมปรับตัวลดลงแต่ด้วยความที่ตลาดและหุ้นโดยส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง มันจึงทำให้เราสามารถคัดแยกหุ้นที่แข็งแกร่งกว่าตลาดได้ง่ายขึ้น เพราะมันจะมีหุ้นน้อยตัวมากที่สามารถรักษาฐานราคาได้ และด้วยความที่หุ้นส่วนใหญ่มันปรับตัวลดลงมันจึงทำให้หุ้นที่สามารถรักษาฐานราคาได้ไม่ปรับตัวลงตามชาวบ้านเป็นหุ้นที่คนส่วนใหญ่จะให้ความสนใจ ทุกคนเมื่อเห็นว่ามันไม่ปรับตัวลงตามหุ้นตัวอื่นๆ พวกเขาย่อมคิดว่ามันมีอะไรเป็นพิเศษ จึงทำให้มันสามารถยืนสวนแนวโน้มตลาดได้ อาจจะเพราะกำไรที่ดีขึ้น หรือการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกสักอย่างที่ทำให้ฐานราคานั้นแข็งแกร่งและมีแรงซื้อเข้ามาสนับสนุน

กรณีที่ 3 ) Sideway
ในช่วงที่ตลาดเคลื่อนไหวในแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ ไม่ทำ New Low และไม่ทำ New High ในช่วงนี้จะทำให้เราอึดอัดมาก เพราะแนวโน้มไม่ชัดเจน และหุ้นในตลาดโดยส่วนใหญ่จะมีทั้งปรับตัวขึ้นและปรับตัวลดลง หุ้นส่วนใหญ่จะเน้นการ trading แต่สิ่งที่่น่าสนใจมันก็ยังคงมีอยู่เพราะ แม้ตลาดจะอยู่ในแนวโน้ม sideway แต่มันก็มีหุ้นบางตัวที่สามารถทำ New High ได้ นั่นคือจุดที่น่าสนใจและเราควรมองหามันเสมอเมื่อตลาดเคลื่อนไหวในแนวโน้ม sideway
จากทั้ง 3 กรณีคุณจะเห็นว่าในทุกๆกรณีนั้น หุ้นที่แข็งแกร่งจะต้องสามารถรักษาฐานราคาได้ ไม่มีการทำ New Low รวมถึงปริมาณแรงขายก็ไม่ควรเพิ่มขึ้นในช่วงที่ราคาปรับตัวลดลง เพราะนั่นจะแสดงให้เห็นว่าแรงขายนั้นเกิดจากนักลงทุนหรือนักเก็งกำไรขาจร ไม่ใช่นักลงทุนรายหลักที่มีสถานะจำนวนมากในหุ้นตัวนั้นๆ แต่หากราคาปรับตัวลดลงพร้อมปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงแบบนี้จะเป็นสัญญาณของลักษณะการขายของผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือสถาบันที่มีสถานะในหุ้นตัวนั้นๆ

Case Study : Com7

ลักษณะของการเคลื่อนไหวของหุ้น Com7 เป็นลักษณะของหุ้นที่มีความแข็งแกร่งกว่าตลาด คุณจะสังเกตว่าในรูปประกอบที่ 2 และ 3 นั้นเป็นชาร์ทราคาหุ้น Com7 และชาร์ท Set index โดยก่อนหน้านี้หุ้น Com7 ได้มีการกระจายตัวสะสม (Accumulation) คุณจะสังเกตได้จากการที่ราคาแกว่งตัวในกรอบและมีปริมาณการซื้อขายที่ลดลงและไม่นานหลังจากนั้นราคาก็ปรับตัวขึ้นตีทะลุกรอบ สร้างจุด Pivot Point ในวันที่ 6/10/58 ในช่วงเวลานั้นตัว Set index ก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน แต่ไม่นานหลังจากนั้นตัว Index ก็ปรับตัวลดลงทำ New low อย่างต่อเนื่อง คุณจะเริ่มสังเกตเห็นว่าแล้วราคาหุ้น Com7 แม้จะเกิดการพักตัวตามแนวโน้ม index แต่มันไม่ได้สร้าง New Low ใหม่เหมือนตัว Index เลย นี่จะเป็นสมมติฐานแรกให้เราได้เห็นว่าหุ้น Com7 นั้นมีลักษณะที่แข็งแกร่งกว่าตลาด

ในวันที่ 25/12/58 หุ้น Com7 ปรับตัวขึ้นทำ New High ราคาสามารถข้ามจุด Pivot Point ที่เกิดจากรูปแบบ Cup Without Handle ลองสังเกตสักนิดว่าในวันที่ราคา Com7 ทำ New High ได้นั้นตัว Set Index กำลังทำอะไรอยู่ ?? Set Index ยังคงแกว่งตัวงี่เง่าในกรอบขาลงแถมยังทำ New Low เพิ่มอีกเสียด้วย ตรงนี้นี่เองที่ทำให้คุณสามารถยืนยันได้ 100% ว่าหุ้น Com7 กำลังแสดงพฤติกรรมที่แข็งแกร่งกว่าตลาดเป็นอย่างมาก หากคุณไม่ได้เปิดชาร์ท 2 ชาร์ทนี้เทียบกัน คุณก็อาจจะใช้ RS Rating Line เพื่อดูแนวโน้มว่าหุ้น Com7 นั้น แข็งแกร่งกว่าตลาดรวมหรือไม่ RS Rating Line นั้นจะปรับตัวขึ้นเสมอเมื่อราคาหุ้น Com7 แข็งแกร่งกว่าตลาดรวม

# สิ่งที่น่าสนใจที่เราเห็นตอนนี้ก็คือ หุ้น Com7 จะไล่ราคาตามเส้น MA 10-Day เสมอ และมีฐานแนวรับของราคาที่สำคัญที่เส้น MA 50-Day คุณจะเห็นว่าจากที่ผ่านมาราคาลงมา Test แล้วดีดกลับขึ้นไปเสมอ

#‎แอดมิน๙นิ้ว‬