รูปแบบฐานราคาที่น่าเชื่อถือ ตอนที่ 2 : Double – Bottom และ Flat Base

สำหรับท่านผู้อ่านที่ยังไม่ได้อ่าน “รูปแบบฐานราคาที่น่าเชื่อถือ ตอนที่ 1 : Cup with Handle Pattern” สามารถตามไปอ่านได้ที่ลิ้งค์นี่เลยครับผม

https://goo.gl/v0rhqV

ต่อจากตอนที่ 1 นะครับ ขออนุญาติไม่เกริ่นนำนะครับ (จริงๆผมมันคิดไม่ออกว่าจะเกริ่นยังไงดี 555 ขออภัยด้วยจริงๆครับ) เข้าเนื้อหากันเลยดีกว่าครับ สำหรับบทความนี้เขียนขึ้นจากทัศนะคติส่วนตัวของผู้เขียนเอง เพื่อแชร์และแลกเปลี่ยนความรู้ มิได้มีจุดประสงค์ชี้นำแต่อย่างใด ท่านผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะครับ

# คลิกที่รูปภาพเพื่อดูรูปภาพขนาดเต็ม

  • รูปแบบฐานราคา Double – Bottom
    รูปแบบฐานราคา Double – Bottom มีลักษณะที่ดูเหมือนตัวอักษณ “W” รูปแบบนี้สามารถพบได้บ่อยครั้งมาก แต่อาจจะไม่บ่อยครั้งเท่าฐานราคาแบบ Cup with Handle โดยทั่วไปความจริงแล้วจุดต่ำสุดจุดที่สองจุดของตัว W นั้นจะต้องลงปรับตัวลงมอย่างน้อยเท่าๆกับจุดต่ำสุดแรก และบ่อยครั้งในเกือบทุกๆกรณีมันมักจะปรับตัวลงมาต่ำกว่าจุดต่ำสุดแรกเล็กน้อยอย่างชัดเจน ประมาณ 1 หรือ 2 จุดของการปรับลง ซึ่งในจุดนี้เป็นจุดที่มีพฤติกรรมการเขย่าเอานักลงทุนที่อ่อนแอกว่าออกไป (Shake out) การที่ราคาไม่สามารถเขย่าลงมาให้ต่ำกว่าจุดต่ำสุดแรก จนมีลักษณะที่อาจจะดูเหมือนเป็นรูปแบบที่เกือบจะเป็น Double bottom มันมักจะเป็นรูปแบบที่ไม่ถูกต้อง และมีแนวโน้มที่จะล้มเหลวในการปรับตัวขึ้นให้ผ่านจุด Pivot point ของรูปแบบ Double Bottom และรูปแบบฐานราคาแบบ Double bottom นี้สามารถมีหูจับเกิดขึ้นได้เหมือนของ Cup with handle ในส่วนของขนาดความลึกและความกว้างของ Double bottom ใกล้เคียงกับพวกรูปแบบของถ้วย(Cup) ใน Cup with handle จุดเข้าซื้อแบบ Pivot ของ Double bottom จะเป็นตำแหน่งที่ราคาปรับตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดที่สองและสามารถ Break out จุดสูงสุดที่ตำแห่งตรงกลางของตัว W (Middle of “W”) หากว่า Double bottom มีหูจับเกิดขึ้น Pivot piont ของมันก็จะเป็นจุดสูงสุดของหูจับ ซึ่งไม่ได้นำมาให้ดูในชาร์ทตัวอย่าง เนื่องจากลักษณะในหุ้นไทยเกิดขึ้นไม่ค่อยบ่อย โดยคิดจากเท่าที่ผมพยายามหาดูมาแล้วหลายร้อยชาร์ทของหุ้นไทย ต้องขออภัยท่านผู้อ่านในส่วนนี้ด้วยครับผม สำหรับ Double bottom นั้นจะมีสัญลักษณ์ของตำแหน่งต่างๆในแต่ละส่วนประกอบ แทนด้วยตัวอักษร A-B-C-D ดังนี้
    – จุด A คือ จุดเริ่มต้นของรูปแบบฐานราคา
    – จุด B คือ จุดต่ำสุดจุดแรกของตัว W
    – จุด C คือ จุดตรงกลางของตัว W (Middle of “W”) เป็นตัวกำหนดจุดเข้าซื้อ
    – จุก D คือ จุดต่ำสุดจุดที่สองของตัว W
    หาก Double bottom นั้นมีหูจับเกิดขึ้นให้เพิ่มตัวแปรของตำแหน่งอีกสองตัว แทนด้วยตัวอักษร E กับ F ดังนี้
    – จุด E คือ จุดสูงสุดของหูจับและเป็นตัวกำหนดจุดเข้าซื้อแทน Middle of “W”
    – จุด F คือ จุดต่ำสุดของหูจับ
    นอกจากนั้น ปริมาณาณซื้อที่ตำแหน่ง “B” และ “D” ควรมีปริมาณที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด และจากตำแหน่ง “D” ไปหาแนวต้านของ C หรือก็คือจุด Pivot point ของ Double bottom ควรเป็นการปรับตัวขึ้นที่แกร่งเเข็ง มีปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นคอยสนับสนุนจน Break out จุด Pivot ได้ อีกสิ่งที่อาจช่วยยืนยันลักษณะของ Double bottom ที่ถูกต้องก็คือ ความแกร่งแข็งจากโมเมนตัมของราคา จากจุด “B” กับ จุด”D” เทียบกับเครื่องมือทางโมเมนตัมอย่างเช่น RSI ควรเกิด Bullish Divergent ให้เห็น และราคาควรเกาะหรือไม่หลุดเส้นค่าเฉลี่ย 10 สัปดาห์ หรือ 10 วันมากเกินไป
  • รูปแบบฐานราคา Flat Base
    Flat Base นั้นก็คือฐานราคาเเบบเรียบ เป็นโครงสร้างราคาอีกแบบที่ให้ผลตอบได้อย่างน่าพอใจ Flat Base มักเกิดขึ้นในช่วงที่สอง หรือก็คือ อาจเกิดตามจากที่หุ้นปรับตัวขึ้นมาได้ประมาณ 20-30% หรือมากกว่านั้นหลังจากที่เกิดรูปแบบ Cup with handle หรือ Double bottom มาแล้ว รูปแบบลักษณะของ Flat base นั้นจะเคลื่อนตัวออกข้าง (Sideway) ด้วยกรอบของราคาที่ค่อนข้างมีการบีบอีด (Consolidation) เป็นระยะเวลาอย่างน้อย5-6 สัปดาห์ และความลึกของฐานไม่เกิน 10-15% โดยประมาณ และราคาปิดของแท่งราคาแต่ละแท่งใน Flat base ก็มักจะปิดที่ราคาใกล้เคียงติดต่อกัน รูปแบบนี้เป็นรูปแบบที่ดูได้ง่ายมากและมักเกิดขึ้นบ่อยในช่วงของเทรนขาขึ้น หากคุณพลาดการตีทะลุจุด Pivot ของรูปแบบที่มักจะเป็นจุดเริ่มของเทรนขาขึ้นครั้งใหญ่อย่าง Cup with handle หรือ Double bottom ไป คุณก็ควรเฝ้าสังเกตหุ้นตัวนั้นไว้ให้ดี เพราะในเวลาต่อมามันอาจจะสร้างรูปแบบของ Flat base ขึ้นมา มอบโอกาสครั้งที่สองในการเข้าซื้อหุ้น และตีตั๋วที่นั่งเที่ยวบินขาขึ้นอีกรอบให้คุณได้อีกครั้ง

ปล. ชาร์ทที่ดีก็ต้องคู่กับผลงานที่ดีของบริษัทด้วยนะครับ

Happy trading นะครับ
#‎แอดมินลุงใจ‬
Brotherhood Trader – พูดคุยหุ้น การลงทุน ตามประสาพี่น้อง