01.07.16 ลักษณะที่เกิดขึ้นซ้ำเดิม โดยอาศัยการเทรดแบบ Trend Following

ลักษณะที่เกิดขึ้นซ้ำเดิม โดยอาศัยการเทรดแบบ Trend Following

ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นย่อมส่งผลมาจากผลดำเนินงานที่ดีขึ้น ดังนั้นหากถามว่าพื้นฐานของกิจการนั้นสำคัญไหม? คำตอบคือ.. สำคัญมากเพราะมันจะเป็นตัวกระตุ้นให้ นักลงทุนสนใจ รวมถึงเป็นปัจจัยสนับสนุนชั้นเยี่ยมที่ส่งผลให้ราคามีการปรับตัวขึ้น

หากถามว่าพฤติกรรมของราคานั้นสำคัญไหม? และจำเป็นไหมที่เราต้องใช้ชาร์ทราคาเพื่อสนับสนุนการติดสินใจ คำตอบคือ.. แน่นอนชาร์ทราคาก็เป็นสิ่งที่ทำให้เรามองเห็นพฤติกรรมของราคาได้ชัดเจนเช่นกัน และมันจะเป็นจุดที่เราใช้ตัดสินใจในการซื้อหรือเปิดสถานะ

หากถามว่าแล้วทำไมจึงต้องใช้ทั้ง 2 สิ่งมาพิจารณา เราพิจารณาแต่ตัวพฤติกรรมราคาได้ไหม หรือเราใช้แค่ปัจจัยพื้นฐานเพื่อเป็นตัวบ่งชี้คุณภาพของกิจการได้ไหม? คำตอบ.. ก็ได้เช่นกัน มันไม่มีผิดหรือถูก มันสำคัญที่ว่าคุณเป็นผู้มีจริตแบบใด และการดำเนินชีวิตของตัวคุณเองนั้นเป็นลักษณะใด

หากถามตัวผมว่าแล้วตัวผมเป็นลักษณะใด ? ผมคงตอบได้ว่าผมให้ความสำคัญกับมันทั้งคู่ แน่นอนว่าผมไม่ใช่นักลงทุนระยะยาว หรือระยสั้น ผมไม่เคยกำหนดมัน ไม่มีความจำเป็นใดๆที่ผมต้องกำหนดว่าผมจะถือหุ้นตัวนี้ชั่วชีวิต หรือแค่ 2-3 วัน ผมไม่เคยกำหนดเลย ซึ่งด้วยความที่ผมจะเป็นนักลงทุนหรือนักเทรด สาย Trend Following มันจึงทำให้รอบของการซื้อขายของผมนั้นจะไม่มีการกำหนดอะไรที่ขัดเจน หากแนวโน้มดีผมก็จะถือต่อไป หากแนวโน้มเริ่มอ่อนแอลงผมก็จะทยอยขายมันออกมา การลงทุนของผมไม่ได้ซับซ้อนมากมายอะไร เพียงแค่มองหาหุ้นที่ยอดเยี่ยม มีรายได้ที่ดี มีผลกำไรที่เติบโต พูดง่ายๆคือหุ้นอะไรก็ได้ที่มันสามารถทำให้คนอื่นๆหรือนักลงทุนสถาบันสนใจ เพราะมันจะช่วยให้ราคาได้เกิดการขับเคลื่อนตัว รวมถึงจุด Action ของผมนั้นก็เน้นการที่ราคาสามารถตีทะลุจุด Pivot Point ขึ้นไปได้ ถ้ายิ่งมีฐานราคาที่ยอดเยี่ยมและแข็งแกร่งสนับสนุนยิ่งเป็น ลักษณะของ Trade setup ที่ผมให้ความสำคัญอย่างมาก

ทุกสิ่งอย่างต้องมีเหตุผลในการขึ้นหรือลง ในช่วงที่กิจการกำลังกลับมาดีหลังจากที่ผลงานอาจจะแย่มาหลายไตรมาสหรือหลายปี เมื่อผลดำเนินงานออกมาเชิงบวก ย่อมส่งผลให้ราคาเกิดการสะสม หลายๆครั้งมันเกิดการสะสมก่อนที่ผลดำเนินงานจะประกาศมาเสียให้เราได้เห็นกันเสียอีก ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ?? นั่นสิผมก็ตั้งคำถามตลอด ว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น…. เมื่อเหตุผลนำทางมาแล้วจากการที่ผลดำเนินงานเริ่มกลับมาสดใส พฤติกรรมราคาในชาร์ทราคาย่อมเกิดการเปลี่ยแปลงจากการปรับตัวลงเป็นการ Swing trend ขึ้นและลง จนเกิดเป็นรูปแบบ sideway แนวโน้มลงเริ่มเลือนหายไป และเข้ามาแทนที่ด้วยแนวโน้ม sideway ราคาจะแกว่งตัวในกรอบนี้อย่างต่อเนื่อง และด้วยเหตุผลที่มันเป็นหุ้นที่ผลกำไรกลับมาดี หรืออย่างอย่างดีที่สุดก็คือ ผลกำไรเริ่มเติบโตขึ้นติดต่อกันหลายไตรมาส ราคาย่อมเกิดการ setup บริเวณฐานด้านล่างของราคา

เมื่อทุกๆอย่างพร้อมมันก็จะเกิดการตีทะลุแนว Pivot ขึ้นไป พร้อมปริมาณการซื้อขายที่สูงขึ้น แต่หลายๆครั้งก่อนที่ราคาจะเกิดการตีทะลุจุด Pivot ได้นั้น มักจะเกิดรูปแบบของการปรับตัวลงแต่ Volume หายเสมอ พูดแบบง่ายๆคือเป็นการทดสอบแรงซื้อของรายใหญ่ แต่หากเป้นหุ้นที่สถาบันชื่นชอบสิ่งที่พบเจอมันจะแตกต่างออกไป ราคาจะกระโดดทำ Gap Up บริเวณแนวต้าน ส่งผลให้มันเกิดเป็นรูปแบบของ Break Away Gap เพราะมีแรงซื้อสนับสนุนสูงมากในการขับเคลื่อนราคา ดังนั้นเราจะพบเจอลักษณะแบบนี้ได้เสมอ ซึ่งมันก็ถือว่าเป็ยตัวจำแนกในขั้นต้นได้ว่าหุ้นที่เรามองอยู่นั้นเป็นหุ้นที่มีแรงซื้อมาจากคนกลุ่มใด รายใหญ่ที่มีเงินหนัก หรือสถาบัน เพราะข้อแตกต่างของการดึงราคาของแต่ละกลุ่มมักจะแตกต่างกันออกไป สถาบันอาจจะเก็บหุ้นในขาลงได้ตลอดทาง ส่วนนึงเพราะการประเมินผลของกิจการที่สนับสนุนว่าจะออกมาดี แต่ในช่วงที่ราคาจะผ่านแนวต้านหรือจุด Pivot ขึ้นไปนั้น มันย่อมแสดงนัยยะสำคัญบางอย่างให้เราได้เห็นว่า ข้อแตกต่างระหว่างรายใหญ่และสถาบันก็พอมีอยู่บ้าง เมื่อสถาบันมีหุ้นมากพอราคาย่อมแข็งแกร่งมากและพร้อมจะขึ้นไปได้เสมอ ส่วนรายใหญ่อาจจะต้องทำการปล่อยหุ้นออกกดเพื่อทดสอบแรงซื้อขายก่อนเสมอ

Trade Setup ลักษณะหนึ่งที่ผมชอบและมันมองเห็นได้ง่ายมากๆก็คือ เมื่อผลดำเนินงานออกมาดีกว่าคาดการณ์หรือเริ่มกลับมาเป็นบวก ราคาย่อมเกิดการบีบอัดตัว การบีบอัดในที่นี้จะเกิดขึ้นในลักษณะที่ราคาแกว่งตัวแคบลงๆ จนบางครั้งแทบจะนอนเป็นแนวนอนเลยด้วยซ้ำ ลักษณะแบบนี้จะสังเกตได้จากปริมาณการซื้อขายที่บางลงกว่าเดิมซึ่งลดลงกว่าเดิมมาก แบบนี้จะเข้าตามรูปแบบที่เหมาะสมของการบีบอัดบริเวณฐานของราคา ในปีนี้มีหุ้นที่น่าสนใจหลายๆตัวและผมจะชี้หุ้นบางตัวที่ทำลักษณะคล้ายๆกัน นั่นคือ BIG , PTG และ MALEE หากมองจากภาพประกอบคุณจะเห็นถึงลักษณะของราคาที่บีบตัวลงเรื่อยๆ รวมถึงในก่อนหน้านี้ผลดำเนินงานของกิจการก็เริ่มกลับมาดูดีขึ้น มีผลที่พอจะเรียกแขกเข้ามาสนใจในหุ้นเหล่านี้ได้ ในส่วนของหุ้น GPSC การเคลื่อนไหวจะแตกต่างจากหุ้น 3 ตัวก่อนหน้า การเคลื่อนไหวลักษณะนี้มักจะเกิดกับหุ้นที่สถาบันสนใจ หรือหุ้นที่มีกำลังซื้อสนับสนุนสูง การเกิด Gap Up ขึ้นไปย่อมเป็นสิ่งชี้นำให้เราได้เห็นว่าหุ้นตัวนั้นมีปริมาณการซื้อที่ทรงพลังมากแค่ไหน สิ่งที่น่าสนใจก็คือรูปแบบการ setup ของฐานราคาของหุ้น BIG , PTG และ MALEE นั้นมีลักษณะที่เหมือนๆกัน ซึ่งหากเราติดตามผลดำเนินงานมาก่อนหน้านี้หุ้นเหล่านี้ย่อมอยู่ใน Watch list ของเราครับ

ปล.รูปประกอบผลที่ผมลงนั้นจะประกอบไปด้วยรูปที่เกิดจากระบบซื้อขายตามลักษณะของ Trend Following และจะมีรูปที่ผมเคยทำไว้ในก่อนหน้านี้ในบทความก่อนๆมาประกอบด้วยครับ ซึ่งจะแสดงผล ตัว Earning per share ของกิจการ

ลักษณะที่เกิดขึ้นซ้ำเดิม โดยอาศัยการเทรดแบบ Trend Followingราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นย่อมส่งผลมาจากผลดำเนินงานที่ดีขึ้น ด…

Posted by Brotherhood Trader on Thursday, June 30, 2016