15/08/2017 หลังจากที่เกิด panic เมื่อวันศุกร์ของสัปดาห์ที่แล้ว

15/08/2017
.
หุ้นหลายตัวที่ตั้งฐานมาได้ดี โดนสบัดหนักกันหลายตัวเลยทีเดียว ที่เหลือรอดยืนสู้ได้มีน้อยมาก ต้องยอมรับว่าส่วนใหญ่ base พังกันหมด ต้องมาสร้าง base กันใหม่อีกเกิดเหตุการณ์แบบนี้ใครมีแผนพร้อมรับมือ ก็ถือว่ารอดไปนะครับ อย่างมากก็แค่ขาดทุนนิดหน่อย แต่ใครที่ไม่มีการเตรียมตัวมาเจอแบบนี้ ก็อาจส่งผลต่อเงินทุนและสภาพใจจิตอย่างแรงเลย นั่นคือบทเรียนที่เราต้องเรียนรู้ครับ เผื่อในอนาคตเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก ซึ่งเราทุกคนไม่มีทางรู้ และไม่สามารถกำหนดได้ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แผนหรือกฏการเทรดของตนเองที่ตั้งไว้จึงสำคัญมากๆครับ
.
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปแล้วเราไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขมันได้ สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือเลิกผิดหวังกับอดีต แล้วมองมาที่ปัจจุบัน เดินเกมต่อไปตามสถานการณ์ครับ ว่าเราจะทำอย่างไรต่อดี เช่น หากหุ้นเราหลุดจุด cut ขายไม่ทัน ทำอย่างไรดี? คำตอบคือ หลุดลงมา คิดมากไปก็ไม่เกิดผลดีอันใดครับ ตรงนี้เรายังมีโอกาสที่ cut ได้อยู่ครับ ปกติส่วนใหญ่หุ้นที่วิ่งลงลึกไวมาก จะมีจังหวะเด้งกลับขึ้นครับ หรือที่เรียกว่า reaction ของราคา พฤติกรรมราคาแบบนี้ มักเกิดเมื่อหุ้นพยายามกลับไปสร้างฐานราคาของมันใหม่ ซึ่งก็ต้องใช้เวลาพอสมควรในการ setup base โดยช่วงแรกๆของฐานราคานั้นจะมีแรงสะบัดที่ค่อนข้างสูง เราไม่ควรรีบเข้าไปมีส่วนร่วมกับหุ้นที่มีพฤติกรรมดังกล่าวครับ สถานการณ์หุ้นตัวนั้นจะดีหรืออแย่ราคาและโวลุ่มมันจะบอกเราเองครับ รอจนกว่าจะถึงตอนนั้นจะเสี่ยงน้อยกว่า
.
จริงๆแล้วหุ้นทุกๆตัวที่ถูกกดหนักๆเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่ราคายังไม่หลุดฐาน หรือสามารถเลี้ยงตัวอยู่เหนือค่าเฉลี่ย 50 วันได้ ก็มักจะสามารถกลับมาวิ่งเป็นปกติได้ไม่ยาก แต่กรณีที่หุ้นโดนกดจนหลุดค่าเฉลี่ย 50 วันนั้นจะยากหน่อย เพราะ ราคามักจะถูกแนวค่าเฉลี่ยของมัน เป็นตัวคอยกดอยู่แทน ดังนั้น การวกกลับของราคาช่วงแรกๆ จะยังไม่ใช่จังหวะเหมาะสมที่จะ hold สถานะ หากพอได้กำไรควรเอาเงินไว้ก่อนครับ
.
ในระหว่างช่วงที่รอประกาศงบ การรีบเข้าไปเปิดสถานะนั้น มีความเสี่ยงในเรื่องการตอบรับของตลาดครับ ถึงแม้ว่าหุ้นหลายตัวงบอาจจะออกมาดี เราก็ควรรอให้ตลาดเฉลยทิศทางที่มันตอบรับก่อน คือ มันจะเกิดอะไรข้นหลังงบออก พฤติกรรมราคาหุ้นเป็นอย่างไร? ช่วงที่ผ่านมาในไตรมาสก่อนๆก็มีหุ้นหลายๆตัวออกงบมาดีแต่ราคาก็โดนกดกัน นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องใช้ชาร์ทราคาประกอบเสมอครับ เพราะ ถ้าหากหุ้นที่ถืออยู่เกิดโดนกดหัวทิ่มลงมารุนแรงก่อนที่งบมันจะออกเราก็ย่อมขายหนีก่อน ที่จะมาหาเหตุผลกันอยู่แล้วครับ ไม่เช่นนั้นมันไม่ทันการณ์แน่นอน เหตุผลแย่ๆมักจะมาหลังพฤติกรรมราคาแย่ๆเสมอ อย่างการลงแรงแบบนี้แม้หุ้นอาจจะงบดี เป็นผม ผมก็จะทยอยขายก่อนครับ ดีกว่าขาดทุนหนักและเป็นการรักษาต้นทุนเราด้วย จากนั้นค่อยรอให้ราคานิ่งๆแล้วค่อยไปเล็งยิงมันอีกทีก็ย่อมได้ เป็นการบริหารจัดการ position ควบคุม risk ไปในตัว
.
แนวเด้งกลับของ SET INDEX ที่ประมาณ 1570-1575 เบื้องต้นมองเป็นการเด้งก่อนจะ pull back ลงอีกที แนวสำคัญจะอยู่ที่ประมาณ 1575-1580 แถวนี้จะแน่นมาก ตลาดวันนี้บวกสวนดูเหมือนจะดูดี(ถ้าไม่นับโวลลุ่มนะ) แต่ถ้าสังเกตโวลลุ่มจะเห็นได้ว่าจริงอยู่ที่ตลาดดีดกลับ แต่โวลลุ่มตลาดนั้นดูอ่อนแรงมาก นั่นจึงดูเหมือนการดีดขึ้นมาเพื่อลงต่อมากกว่า ในการเด้งรีบาวด์นั้นหากโวลลุ่มไม่เพิ่มขึ้น แต่กลับชะลอลงแบบนี้ จะส่งผลให้เกิดการสะบัดตามมา สิ่งที่ต้องสังเกตต่อคือเมื่อตลาดเด้งขึ้นไปแล้ววกกลับลงมาตามที่คาดดการณ์แล้ว มีโวลลุ่มเป็นอย่างไรมากหรือน้อย ซึ่งเหตุผลนี้ก็อิงจากพฤติกรรมปกติของตลาดที่แข็งแกร่ง โวลลุ่มจะมากเมื่อวิ่งขึ้นและลดลงเมื่อย่อปรับตัวลงโดยที่ไม่ควรเกิดโวลลุ่ม sell มากๆครับ
.
ดูจากชาร์ตพวกที่ราคาโดนกดไม่มาก พอดูดี และอาจมีจังหวะให้ได้เล่นบ้างก็เห็นจะมีคร่าวๆที่พอผ่านตาอย่าง MACO PDI PPS LIT HTECH ทั้งนี้เทรดเดอร์ที่ดีต้องไม่หูเบานะครับ ผมเองก็มิได้มีจุดประสงค์ชี้นำแต่อย่างใดครับ
.
Brotherhood Trader – พูดคุยหุ้น การลงทุน ตามประสาพี่น้อง