16/01/2017 ฐานราคายิ่งแคบเท่าไรก็ยิ่งดี

ฐานราคายิ่งแคบเท่าไรก็ยิ่งดี เพราะนั่นบ่งชี้ว่าแนวต้านหรือแรงกดของราคานั้นเริ่มอ่อนกำลังลง Volatility ที่ผันผวนมักจะเกิดหลังจากหุ้นบีบตัวแคบๆมาอย่างยาวนานเสมอ

การพักฐานของหุ้นเป็นเรื่องปกติและจะยิ่งดูดีมาก หากราคาหุ้นพักฐานโดยไม่ลึกเกิน -15% อย่ามองข้ามเพียงเพราะหุ้นกำลังพักฐานเพราะจุดซื้อที่ได้เปรียบมักจะเกิดขึ้นบริเวณฐานของราคา ฐานราคาที่บีบแคบเรื่อยๆ จนฐานล่าสุดมีความลึกไม่เกิน 5 – 10% แบบนี้จะยิ่งน่าสนใจมากๆ

เทรดเหมือนกับให้คะแนนหุ้น หุ้นตัวไหนทำผลงานได้ดีเราจะทยอยซื้อมากขึ้น โดยใช้ Money Management ที่เหมาะสมตามลักษณะบุคคล หุ้นตัวไหนทำให้งานแย่กว่าเดิมแนวโน้มเริ่มอ่อนแอเราจะทยอยขายลดสถานะลง มันจึงสำคัญมากๆที่คุณต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่าอะไรที่เรียกว่าการปรับฐานที่ดี และอะไรคือการปรับฐานที่แย่ !

หากยังไม่ลืมกันจงมองหาสิ่งที่ Dow Theory ได้ระบุไว้ ที่บ่งบอกตามกฏของธรรมชาติ การพักฐานในขาขึ้นกลับการอ่อนกำลังเพื่อเปลี่ยนแนวโน้มเป็นลงนั้น มันมีข้อแตกต่างกันอย่างไร ?? นักเทรดหลายต่อหลายคน มองข้ามเรื่องเหล่านี้ไป และหลายคนเข้ามาลงทุนแต่ยังแยกข้อแตกต่างนี้ไม่ได้ มันจึงทำให้พวกเขายังประเมินพฤติกรรมราคาได้ผิดจังหวะ ถึงแม้เราไม่ได้ต้องการความแม่นยำแบบ 100% แต่มันคงจะดีกว่าหากเราเข้าซื้อได้ในจังหวะที่ดีมากกว่าจังหวะที่แย่

แม้ว่าเราจะเรียนรู้ทุกอย่างมามาก แต่ก็ใช่ว่าเราจะไม่มีวันผิด !! คุณจะเจอกับความผิดพลาดได้เสมอ ดังนั้นจงอย่าลืมใช้การบริหารหน้าตักที่มีประสิทธิภาพ ผมเน้นการทยอยซื้อและทยอยขาย ตามพฤติกรรมราคาโดยไม่ต้องไปคาดเดาอะไรมากมายว่าหุ้นตัวนั้นต้องวิ่งไปเท่าไร ไม่มีใครรู้อะไรที่ชัดเจน หุ้นที่เติบโตและกินรอบใหญ่ๆส่วนใหญนั้นเกิดจากพฤติกรรมราคาที่เริ่มแข็งแกร่ง และมีฐานราคาที่แข็งแกร่ง เราจะมองเห็นมันได้ก่อนว่าหุ้นตัวนั้นๆมีอะไรแปลกๆ และไม่นานมันมักจะตามมาด้วยผลดำเนินงาน หรือข้อมูลเชิงบวก

ทยอยซื้อเมื่อหุ้นทำตัวดีขึ้น และทยอยขายเมื่อหุ้นทำตัวแย่ลง การทยอยซื้อจะทำให้คุณเจ็บน้อยกว่าเดิมเพราะคุณมีสถานะในหุ้นเน่าๆน้อย แต่คุณจะได้ผลกำไรที่มากขึ้นเมื่อหุ้นตัวเก่งนั้นวิ่ง Rally อย่างต่อเนื่อง มันคงจะดีกว่าคุณไปซื้อ Bet ที่จุดใดจุดหนึ่งทีเดียวจบ ช่วงตลาดสะบัดๆ การทยอยซื้อและทยอยขายจะช่วยคุณได้ดี

แต่ก็อย่าลืมว่าคุณต้องมองหาหน้าเทรดของตนเองก่อนว่า ลักษณะแบบใดที่คุณมองว่าเป็นจังหวะซื้อเพิ่ม และจังหวะใดคือจุดทยอยขาย ไม่มีข้อจำกัดว่าคุณต้องซื้อแค่ 1 ไม้จบ หรือ 3 ไม้ หรือ 5 ไม้ คุณจะซื้อเป็น 10 ไม้แบบทีละ 2-5% ของพอร์ตรวมก็ได้ แต่คุณต้องเข้าใจกระบวนการซื้อโดยอิงมูลค่าของพอร์ตรวม รวมทั้งแผนในการลงทุนต้องชัดเจน มีหน้าตักเท่านี้จะถือหุ้นกี่ตัว ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับลักษณะของผู้ลงทุนครับ

# หุ้นในตลาดเรามีหลายตัวมากที่ทำฐานราคาที่ดี อย่ามองกราฟราคาเพียงผ่านๆ เพียงเพราะคุณเห็นว่ามันเป็นแท่งแดง แต่จงติดตามมันเสมอ และมองหาช่วงที่ราคากำลังพักฐาน มีความผันผวนที่แคบลง และมีปริมาณขายที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน มีหุ้นหลายตัวที่ผมอยากจะแชร์ลงแต่ไม่สามารถเอาลงได้เพราะหลายตัวมีคำแนะนำที่ชัดเจนจนเกินไป ซึ่งอาจจะทำให้เป็นปัญหาในการชี้นำได้ครับ

9

8

7

6

5

4

3

2

1

 

#แอดมิน๙นิ้ว
Brotherhood Trader – พูดคุยหุ้น การลงทุน ตามประสาพี่น้อง

สามารถติดตามและอ่านบทความของพวกเราเพิ่มเติมได้ที่ www.brotherhoodtrader.com