# Brotherhood Trader Thailand

# Brotherhood Trader Thailand

โรงเรียนไม่เคยสอนความรู้เรื่องหุ้น
และนั่นหละคือปัญหาและเหตุผลที่หลายคนต้องเสียเงิน เสียเวลาเพราะ ( การลงทุนที่ผิด )

# Brotherhood Trader Thailand

# Brotherhood Trader Thailand

โรงเรียนไม่เคยสอนความรู้เรื่องหุ้น
และนั่นหละคือปัญหาและเหตุผลที่หลายคนต้องเสียเงิน เสียเวลาเพราะ ( การลงทุนที่ผิด )

# Brotherhood Trader Thailand

# Brotherhood Trader Thailand

โรงเรียนไม่เคยสอนความรู้เรื่องหุ้น
และนั่นหละคือปัญหาและเหตุผลที่หลายคนต้องเสียเงิน เสียเวลาเพราะ ( การลงทุนที่ผิด )

# Brotherhood Trader Thailand

# Brotherhood Trader Thailand

โรงเรียนไม่เคยสอนความรู้เรื่องหุ้น
และนั่นหละคือปัญหาและเหตุผลที่หลายคนต้องเสียเงิน เสียเวลาเพราะ ( การลงทุนที่ผิด )

วัฏจักรพื้นฐาน กับ พฤติกรรมราคาและปริมาณการซื้อขาย

ในบทความเรื่อง “เส้นทางสีเขียว” ผมได้กล่าวถึงลักษณะการเคลื่อนไหวของราคาตามวัฏจักรพื้นฐานของการพฤติกรรมราคาทั้ง 4 ระยะมาแล้ว สำหรับท่านใดที่ยังไม่ได้อ่านให้ตามไปอ่านในลิ้งค์นี่ได้เลยครับ

เส้นทางสีเขียว

เส้นทางสีเขียว ในจินตนาการของผมนั้นเปรียบเสมือนเส้นทางที่ดูสบายหูสบายตา ไร้ความกังวล ทำให้รู้สึกปลอดภัย และเราสามารถเดินไปในเส้นทางนี้ได้อย่างมีความสุข จนสุดสายของเส้นทาง (พูดไปพูดมาชักอยากเที่ยวละสิ 555) เข้าเรื่องกันดีกว่าครับ ในบทความนี้ผมได้นำหุ้น BCH มาเป็นตัวอย่างกรณีศึกษา ซึ่งก็เป็นเพียงมุมมองของผมเอง มิได้เป็นการชี้นำแต่อย่างใดนะครับ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน….

ลักษณะของการกระจายหุ้น (Distribution) Study Case

จากที่เราได้เรียนรู้กันมาในเรื่องของพฤติกรรมราคาและแนวโน้มการเคลื่อนไหวในอดีต เราจะสามารถทบทวนได้ว่า หากแบ่งการพฤติกรรมตามทฤษฎีของ Dow Theory นั้นการเคลื่อนตัวของแนวโน้มขาขึ้นหรือ Bullish จะเกิดได้ 4 ระยะนั่นคือ

พฤติกรรมของหุ้นที่แข็งแกร่งกว่าตลาด (Strong Relative Strength & Strong General Market)

ในอดีตที่ผ่านมาผมเคยยกตัวอย่างหุ้นมากมายหลายต่อหลายตัวที่เป็นผู้ชนะในตลาดหลายๆตัวทำกำไรได้มากกว่า 100% แต่ถ้าหากคุณคิดว่า 100% นั้นมันยอดเยี่ยมอยู่แล้ว ผมอยากจะขอเน้นย้ำเพิ่มเติมอีกว่าในหลายๆครั้งการเคลื่อนตัวของราคาหุ้นบางตัวก็สามารถให้กำไรเรามากกว่า 1000% ครับ นี่ไม่ใช่ตัวเลขที่หลอกลวงใดๆทั้งสิ้น เพียงแต่ส่วนใหญ่แล้วมันจะเกิดขึ้นในช่วงรอบระยะของตลาด Strong Bullish ดังเช่นที่มันเคยเกิดขึ้นมาแล้วในช่วงปี 2009 – 2013 หลังจากตลาดทั่วโลกพบกับปัญหาของ subprime mortgage crisis

การบีบตัวบริเวณแนวต้านของราคามีความสำคัญมาก

การบีบตัวบริเวณแนวต้านของราคามีความสำคัญมาก ดังนั้นการประยุกต์ใช้วิธีการอ่านพฤติกรรมแบบ Volatility Contraction จึงเป็นสิ่งบ่งชี้ที่น่าสนใจให้เราได้ โดยปกติเมื่อราคาสร้างแนวต้านไว้แล้วราคาก็จะเกิดการ Swing ในกรอบ ซึ่งแน่นอนว่าการที่ราคาจะเกิดการปรับตัวขึ้นได้ต่อนั้นการพักฐานหลังจากที่ชนแนวต้านแล้ว ต้องพักฐานไม่รุนแรงมากจนเกินไป เพื่อที่จะแสดงให้เห็นถึงแรงซื้อที่แข็งแกร่งหรือในหลายๆก็กรณีก็จะเป็นสิ่งบ่งชี้ว่าแรงขายนั้นมีน้อย

การ Reaction ของแนวโน้ม

การ Reaction ของแนวโน้มมักจะเกิดขึ้นเสมอหลังจากราคาได้เกิดการเคลื่อนไหวในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง พูดง่ายๆก็คือ หากแนวโน้ม Action ไปในทิศทางขึ้น การ Reaction ก็จะเคลื่อนไหวไปในทิศทางลง เช่นเดียวกันหากแนวโน้มเคลื่อนไหวไปในทิศทางลงการ Reaction ก็จะเคลื่อนไปในทิศทางขึ้น ผมยกตัวอย่างหุ้นตัวนี้เพราะมีลักษณะที่ชัดเจนมาก แต่โดยปกติหุ้นที่จะเกิดเป็นขาขึ้นที่แข็งแกร่งก็มักจะมีลักษณะเฉกเช่นเดียวกันนี้ ผมจะให้ความสำคัญอย่างมากกับแนวโน้ม (Trend) การปรับตัวขึ้นที่ดีนั้นการพักตัวไม่ควรจะลงลึกมากจนเกินไป เพราะหากราคาพักตัวมากจนเกินไปนั่นไม่ใช่การปรับตัวขึ้นที่แข็งแกร่ง แต่มันจะเป็นลักษณะของการ Swing Trend ในกรอบที่กว้างๆเสียมากกว่า และการเกิด Whipsaw ก็จะเกิดขึ้นซึ่งแน่นอนมันย่อมส่งผลต่อกำไรที่คุณอุตส่าห์กอบโกยมาก่อนหน้านี้

ปัญหา : ความล้มเหลวที่จะแสดงความรับผิดชอบ

การเทรดนั้นเกิดจากการตัดสินใจส่วนบุคคลโดยไม่มีข้อผูกพันใดๆให้ต้องทำ แต่ต้องจำไว้ว่า ” ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนกระทั่งเราตัดสินใจเริ่มต้น มันไม่มีสิ้นสุดและมันจะคงอยู่ไปนานตราบเท่าที่เราต้องการ จนกว่าเราจะตัดสินใจที่จะจบมัน “ การเริ่มต้นและการสิ้นสิ้นเหล่านี้ก็คือผลลัพธ์ที่เกิดมาจากการตีความจากข้อมูลที่เรามีและวิธีที่เรานำมาตีความ แน่นอนทุกคนมีอิสระในการตัดสินใจ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเรามีความพร้อมและเต็มใจที่จะยอมรับผิดชอบสำหรับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นตามมา เทรดเดอร์ที่ไม่พร้อมยอมรับกับผลที่เกิดขึ้นคือการที่พวกเขามักแปลความหมาย ที่ทำให้พวกเขาคิดไปเองว่ากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก การที่คนคนหนึ่งจะเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่มีอิสระในการเลือกเต็มที่ แต่ในขณะเดียวกันกลับหลีกเลี่ยงที่จะยอมรับผิดชอบผลลัพธ์ที่เกิดจากการที่เขาได้เลือกที่จะกระทำไปแต่ไม่เป็นไปตามที่หวังเอาไว้ และมันไม่ใช่สิ่งที่เขาควรจะต้องพอใจได้อย่างไรกัน?