# Brotherhood Trader Thailand

# Brotherhood Trader Thailand

โรงเรียนไม่เคยสอนความรู้เรื่องหุ้น
และนั่นหละคือปัญหาและเหตุผลที่หลายคนต้องเสียเงิน เสียเวลาเพราะ ( การลงทุนที่ผิด )

# Brotherhood Trader Thailand

# Brotherhood Trader Thailand

โรงเรียนไม่เคยสอนความรู้เรื่องหุ้น
และนั่นหละคือปัญหาและเหตุผลที่หลายคนต้องเสียเงิน เสียเวลาเพราะ ( การลงทุนที่ผิด )

# Brotherhood Trader Thailand

# Brotherhood Trader Thailand

โรงเรียนไม่เคยสอนความรู้เรื่องหุ้น
และนั่นหละคือปัญหาและเหตุผลที่หลายคนต้องเสียเงิน เสียเวลาเพราะ ( การลงทุนที่ผิด )

# Brotherhood Trader Thailand

# Brotherhood Trader Thailand

โรงเรียนไม่เคยสอนความรู้เรื่องหุ้น
และนั่นหละคือปัญหาและเหตุผลที่หลายคนต้องเสียเงิน เสียเวลาเพราะ ( การลงทุนที่ผิด )

คุณควรจะซื้อเฉลี่ยขาลงรึเปล่า ?

#เพื่อไม่ให้เป็นการสับสนผมขออธิบายก่อนนะครับว่ารูปประกอบเป็นการเปรียบเทียบให้ลองพิจารณาระหว่างการซื้อหุ้นขาขึ้นกับการซื้อหุ้นขาลงนั้นจะมีผลที่ตามมาแตกต่างกันอย่างไรนะครับ

หากพูดถึงการเข้าไปเปิดสถานะในหุ้น แน่นอนว่าเป็นอันดับแรกๆเลยที่ทางเพจ Brotherhood Trader ของเรานั้นสนับสนุนให้เลือกหุ้นที่อยู่แนวโน้มขาขึ้น หรือขั้นตอนที่2 ของวัฏจักรการปรับตัวของราคาหุ้น และเปิดสถานะเมื่อราคาสามารถทะลุผ่าน Pivot point ของฐานราคาเชิงสร้างสรรค์ที่น่าเชื่อถือ หรือการเกิดพฤติกรรมแบบ Volatility Contraction แต่สิ่งที่ลืมบอกไปก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงไม่สนับสนุนให้เปิดสถานะในด้านตรงข้าม ซึ่งก็คือขาลงหรือขั้นตอนที่4 ในวัฏจักรนั่นเอง ถ้าให้พูดเหตุผลแบบละเอียด ก็ประมาณว่านั่งคุยเรื่องนี้กะแอดมินได้ทั้งวันเลยก็ว่าได้ครับ 55 เพราะมันมีข้อเสียมากมายจริงๆครับในการซื้อหุ้นขาลง ผมเลยจะขอนำเอาหัวข้อหนึ่งในหนังสือ How to make money in stocks ของท่าน Wiliam J. O’Neil ซึ่งก็คือหัวข้อของบทความนี้แหละครับ “คุณควรจะซื้อเฉลี่ยขาลงรึเปล่า ?” มาเขียนให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกันครับ ทั้งนี้ผมได้ทำรูปประกอบเพื่อให้ท่านได้เห็นว่าการซื้อหุ้นขาขึ้น กับการซื้อหุ้นขาลง แบบไหนที่คุณคิดว่าจะทำกำไรให้คุณได้อย่างแท้จริง และแบบไหนที่จะทำให้คุณต้องเจ็บปวดกับมันอย่างจริงแท้

ซื้อหุ้นตัวไหนก่อน??

บทความนี้เป็นเพียงมุมมองทัศนคติส่วนตัวของผู้เขียน ท่านผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน นะครับบบ

เมื่อสถานการณ์ที่เราเปลี้ยนมาอยู่ฝั่งซื้อ ก็มักจะมีคำถามยอดฮิตว่า ควรซื้อหุ้นตัวไหนก่อน ? คำตอบสำหรับ Trend Follower อย่างพวกเรานั้นง่ายมาก คือ ซื้อตัวที่แข็งแกร่งที่สุดก่อน และเป็นหุ้นที่ทะลุจุดสูงสุดเดิมขึ้นมาหลังจากที่ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว หุ้นตัวเก่งพวกนี้จะเป็นหุ้นกลุ่มแรกที่พุ่งขึ้นมา และแสดงตัวให้เห็นก่อนตัวอื่นนับจากจุดซื้อของมัน ในสถานการณ์ที่กล่าวมาข้างต้น หากเจอหุ้นที่เคลื่อนตัวแรงสุดก็มักจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด และให้ประสิทธิภาพของตลาดในตอนนั้นบอกเราว่าควรจะเอาเงินไปลงตรงไหน อย่าใช้ความคิดส่วนตัว อย่าเข้าข้างตัวเอง เพราะมันยากที่จะเทียบกับความจริงของตลาดได้ ซึ่งสุดท้ายแล้วความคิดเห็นส่วนตัวจะไม่มีความหมายอันใดกับสิ่งตลาดได้ตัดสิน หุ้นที่แกร่งมักจะปรากฏตัวให้เห็นในช่วงต้นตลาดกระทิงรอบใหม่ พร้อมกับการเป็นหุ้นตัวเก่งที่มีผลกำไรโดดเด่นสร้างสีสันให้ตลาด

การกระจายความเสี่ยงและการจัด position ให้เหมาะสม

ในชีวิตจริง มีน้อยคนมากๆที่จะสามารถทำอะไรต่างๆ มากกว่าหนึ่ง หรือสองอย่างๆไปพร้อมๆกันให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พวกคนที่ชอบทำได้หลายๆอย่างนั้นส่วนมากจะไม่ได้เชียวชาญในเรื่องใดเลย และน้อยมากที่พวกเขาจะประสบความสำเร็จไม่ว่าจะในเรื่องไหนก็ตาม คำว่า อย่าโยนไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียวนั้น ฟังดูเหมือนจะเป็นคำแนะนำที่ดี แต่หากมองในแง่ของการลงทุน ยิ่งคุณกระจายความเสี่ยงในหุ้นมากตัวเท่าไหร่ นั่นอาจจะทำให้คุณรับรู้เรื่องต่างๆน้อยลงเท่านั้น เทรดเดอร์หลายคนมักมีการกระจายความเสี่ยงที่มากเกินไป จริงๆแล้วผลลัพธ์ที่ดีนั้นมักจะเกิดจากการที่เรามุ่งเน้นในหุ้นที่ดีแค่ไม่กี่ตัวที่เราสามารถรับรู้ถึงผลงานได้เป็นอย่างดีและคอยเฝ้าดูมันอย่างระมัดระวัง ซึ่งในอดีตก็มีตัวอย่างเทรดเดอร์มากมายที่พอร์ตโฟลิโอต้องสูญเงินจำนวนมากจากการกระจายความเสี่ยงที่มากไปในช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง จะเห็นได้ว่ามันไม่ได้ช่วยปกป้องพอร์ตโฟลิโอของเราได้เลยหากเกิดสถานการณ์ที่เลวร้ายแบบนั้น เพราะการกระจายความเสี่ยงที่มากไปจะทำให้เราตอบสนองต่อสถานการณ์ได้ช้าจากความที่มีหุ้นมากตัวเกินกว่าที่ตนจะสามารถบริหารจัดการได้ กว่าจะรู้ตัวว่าสถานะที่ถืออยู่นั้นไปไม่รอดแล้ว เงินทุนก็อาจจะติดลบไปมากแล้ว

พฤติกรรมของ macd 2 period และ การเกิดรูปแบบซ้ำเดิมของราคา

การที่ผมเข้ามาทำงานในสายงานผู้แนะนำการลงทุนนั้น ทำให้ผมมองเห็นภาพหลายๆด้านของนักลงทุนหรือนักเก็งกำไรที่เข้ามาเพิ่มขึ้นกว่าเดิมมาก ด้วยความที่ในอดีตที่ผ่านๆมาผมจะเน้นการเก็บตัวและไม่ค่อยได้พบเจอผู้คนเท่าใดนัก นี่จึงเป็นสิ่งใหม่ที่ผมพบเจออาจจะดูเรียบง่ายแต่ก็แฝงความน่าสงสัยอยู่มากมายเช่นกัน สิ่งที่ผมเห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ ถึงแม้ผมจะแนะนำบุคคลใดให้ซื้อหรือขายหุ้นหรือสินค้าตัวใดก็ตาม หากสิ่งที่ผมชี้นำเป็นแนวทางที่ผมใช้แต่ไม่ตรงกับแนวทางของเขา นั่นย่อมส่งผลให้บุคคลนั้นๆเกิดการ Bias เกิดทั้งความกลัวมากจนเกินไป และโลภมากจนเกินไป พวกเขาไม่กล้าที่จะซื้อทั้งๆที่หุ้นตัวนั้นกำลังไปได้ดี พวกเขาเลือกที่จะนิ่งเฉย พวกเขาไม่เลือกที่จะขายถึงแม้หุ้นตัวนั้นจะแย่แค่ไหน พวกเขาก็อยากที่จะอัดเงินเข้าไปถัวเฉลี่ยให้สถานะแย่ๆนั้นให้มันอ้วนขึ้นๆ เพราะพวกเขาให้ความสำคัญกับหุ้นที่เป็นขาลงมากกว่าขาขึ้น ถึงแม้ว่าพวกเขาอาจจะเข้าใจดีอยู่แล้วว่าหุ้นนั้นมันเล่นได้แค่ขาขึ้นหากคุณต้องการ Capital Gain.. มันไม่ใช่สิ่งที่ผิดใดๆและไม่มีใครที่สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าสิ่งใดคือสิ่งที่ถูกต้อง เพราะการเทรดและการลงทุนก็สะท้อนตัวตนของคนๆนั้น ผมเองก็เคยทั้งผิดและถูก มีทั้งได้มากและเสียมาก ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และการกระตุ้นตนเองให้เรียนรู้ตลอดเวลา แน่นอนว่าด้วยการที่ผมจะเน้นการเทรดตามแนวทาง Trend Following นั่นจึงทำให้ผมมองเห็นทุกอย่างได้อย่างชัดเจนว่า การเทรดตามแนวโน้มที่ดูเหมือนจะง่าย แต่มันก็ยากสำหรับคนหลายๆคน

หุ้น BWG : บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน)

เมื่อต้นเดือนก่อน เดือนมิถุนายนก่อนหน้านี้เพ็จเราได้เคยโพสเกี่ยวกับการหาหุ้นที่เกิดการพักตัวของฟิโบนาชี ซึ่งตอนนี้หุ้นตัวนี้ได้ทำการเบรคทำราคาสูงสุดในรอบ1ปีครึ่ง(เส้นสีเหลือง) และทำ All Time High ราคาสูงสุด (เส้นสีน้ำเงิน) ทำราคาจากจุดต่ำสุด (1.13 บาท) ถึงปัจจุบันประมาน 135% ภายในครึ่งปี เป็นตัวนำตลาดของกลุ่ม PROF (บริการเฉพาะกิจ) ซึ่งจะเป็นประเภทเดียวกับ GENCO เนื่องจากหุ้นทำ All Time High ตอนนี้จึงเกิดสัญญาณซื้อขึ้นอีก แต่ควรจะพิจารณาดู Volume ไปด้วย แนวต้านชาร์ท Week จากฟิโบนาชีตอนนี้อยู่ที่ประมาน 2.7 บาท เพิ่งจบไปสองไตรมาส หากงบผลงานงบการเงินของไตรมาส2ในปี 59 (Q2/59) ของบริษัท BWG ถ้าออกมาดีราคาหุ้นจะสมเหตุสมผล แต่หากงบออกมาไม่สวยก็ควรพิจารณาอีกทีครับ🙂

ลักษณะที่เกิดขึ้นซ้ำเดิม โดยอาศัยการเทรดแบบ Trend Following

ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นย่อมส่งผลมาจากผลดำเนินงานที่ดีขึ้น ดังนั้นหากถามว่าพื้นฐานของกิจการนั้นสำคัญไหม? คำตอบคือ.. สำคัญมากเพราะมันจะเป็นตัวกระตุ้นให้ นักลงทุนสนใจ รวมถึงเป็นปัจจัยสนับสนุนชั้นเยี่ยมที่ส่งผลให้ราคามีการปรับตัวขึ้น

หากถามว่าพฤติกรรมของราคานั้นสำคัญไหม ? และจำเป็นไหมที่เราต้องใช้ชาร์ทราคาเพื่อสนับสนุนการติดสินใจ คำตอบคือ.. แน่นอนชาร์ทราคาก็เป็นสิ่งที่ทำให้เรามองเห็นพฤติกรรมของราคาได้ชัดเจนเช่นกัน และมันจะเป็นจุดที่เราใช้ตัดสินใจในการซื้อหรือเปิดสถานะ

หากถามว่าแล้วทำไมจึงต้องใช้ทั้ง 2 สิ่งมาพิจารณา เราพิจารณาแต่ตัวพฤติกรรมราคาได้ไหม หรือเราใช้แค่ปัจจัยพื้นฐานเพื่อเป็นตัวบ่งชี้คุณภาพของกิจการได้ไหม? คำตอบ.. ก็ได้เช่นกัน มันไม่มีผิดหรือถูก มันสำคัญที่ว่าคุณเป็นผู้มีจริตแบบใด และการดำเนินชีวิตของตัวคุณเองนั้นเป็นลักษณะใด

สามเหลี่ยมเลือกทิศทาง ” Triangle Pattern ” ( รูปแบบสามเหลี่ยม )

แพทเทิร์นแบบสามเหลี่ยม ( Triangle Pattern ) เกิดจากราคาหุ้นเคลื่อนไหวแบบ Sideways แล้วแคบลง เมื่อลากเส้นเชื่อมจุดยอดอย่างน้อย 2 จุด และเชื่อมจุดฐานอย่างน้อย 2 จุด จะมาพบกันเป็นมุมแหลม ในกรอบสามเหลี่ยมนั้นจะเห็นว่าเปิดกว้างแล้วค่อยๆ เล็กลงจนทำมุมเป็นสามเหลี่ยม เป็นการเล่นราคากันระหว่างแรงซื้อและแรงขายที่ค่อยๆ บีบตัวจนเกิดรูปแบบดังกล่าว เมื่อการบีบตัวในกรอบสามเหลี่ยมแคบลง โอกาสที่จะเกิดการระเบิดของราคาก็ยิ่งสูงขึ้น เมื่อทะลุกรอบสามเหลี่ยมได้ ( Break Out ) จากนั้นโดยส่วนใหญ่ราคาจะทะลุผ่านขึ้น หรือลงจากยอดปลายแหลม โดยที่ Volume การซื้อขายหุ้นจะลดลงขณะที่มีการก่อตัวเป็นรูปสามเหลี่ยม และ Volume จะมากขึ้นเมื่อ Break Out ผ่านเส้นปลายแหลมไปได้

จอร์แดน เบลฟอร์ต (หมาป่าแห่ง วอลล์ สตรีท)

The Wolf of Wall Street คือ ฉายาของ จอร์แดน เบลฟอร์ต ‘หมาป่าแห่ง วอลล์ สตรีท’ โบรกเกอร์หนุ่มที่สามารถทำเงินจากตลาดหุ้นได้มากกว่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี เป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทมหาชนกว่า 50 บริษัท และยังเป็นผู้ฝึกหัดสร้างพนักงานขายฝีมือฉกาจมากมายกว่า 1000 คนด้วย

เมื่อฮัลโลวีนปี 2558 ที่ผ่านมา จอร์แดน เบลฟอร์ต ได้มีโอกาสเดินทางมายังเมืองไทย เพื่อบอกเล่า The Truth Behind His Success The Wolf of Wall Street ให้กับคนไทยได้ฟัง และนี่คือการเจาะ 3 คมคิดผู้นำ จอร์แดน เบลฟอร์ต จากประสบการณ์ชีวิตของเขา ชายผู้เคยโอบกอดทั้งความล้มเหลวและความสำเร็จมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

เราอยู่ตรงไหนในแนวโน้มขาขึ้น ??

วันนี้มีเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆของ Trend Follower มาฝากกันครับ คือในส่วนของการนับฐานราคา เอาไว้ประกอบการวิเคราะห์จุดสังเกตว่าเราถือหุ้นอยู่ในจุดไหนของระยะที่ 2 ในการปรับตัวตามวัฏจักรพื้นฐาน ในเรื่องของแนวโน้มของราคานั้นเป็นเรื่องง่ายที่ใครๆก็สามารถทำความเข้าใจได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไหนการเทรดก็ต้องดูเทรนของราคาก่อนเป็นปกติอยู่แล้ว ดังนั้น จะดูเทรนทั้งทีเราควรมองเข้าไปให้ถึงรายละเอียดในเทรนมันไปเลยซะดีกว่าไหมเอ่ย ? รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหามนะครับ ^^

พฤติกรรมที่คงอยู่ในลักษณะของ Harmonic Pattern

Harmonic Pattern เป็นหลักการ ที่จัดอยู่ในการเทรดแบบประยุกต์ ซึ่งสามารถใช้ได้ควบคู่กับทฤษฎี Elliott Wave ทั้งนี้รูปแบบของ Harmonic Pattern ยังเป็นอีกทฤาฎีหนึ่งที่จัดอยู่ในลักษณะ Pattern Recognition ซึ่งมีการผสมผสานในการนำสัดส่วนของ “ฟิโบนัชชี่” เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเสมอ

ลักษณะของ Harmonic Pattern นั้นจะเป็นลักษณะที่เกิดการการพิจารณาและเฝ้าสังเกตการณ์ของสภาพตลาด ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วต้นของทฤษฎีมักจะเกิดจากการสังเกตพฤติกรรม ลักษณะมีความใกล้เคียงกับพวกรูปแบบฐานราคาเชิงสร้างสรรค์ เช่น Flat Base Pattern , Cup with Handle Pattern , Square Box Pattern และ Ascending Base Pattern เป็นต้น