# Brotherhood Trader Thailand

# Brotherhood Trader Thailand

โรงเรียนไม่เคยสอนความรู้เรื่องหุ้น
และนั่นหละคือปัญหาและเหตุผลที่หลายคนต้องเสียเงิน เสียเวลาเพราะ ( การลงทุนที่ผิด )

# Brotherhood Trader Thailand

# Brotherhood Trader Thailand

โรงเรียนไม่เคยสอนความรู้เรื่องหุ้น
และนั่นหละคือปัญหาและเหตุผลที่หลายคนต้องเสียเงิน เสียเวลาเพราะ ( การลงทุนที่ผิด )

# Brotherhood Trader Thailand

# Brotherhood Trader Thailand

โรงเรียนไม่เคยสอนความรู้เรื่องหุ้น
และนั่นหละคือปัญหาและเหตุผลที่หลายคนต้องเสียเงิน เสียเวลาเพราะ ( การลงทุนที่ผิด )

# Brotherhood Trader Thailand

# Brotherhood Trader Thailand

โรงเรียนไม่เคยสอนความรู้เรื่องหุ้น
และนั่นหละคือปัญหาและเหตุผลที่หลายคนต้องเสียเงิน เสียเวลาเพราะ ( การลงทุนที่ผิด )

13765951_636526703177178_3340993641065301315_o

ซื้อหุ้นตัวไหนก่อน??

บทความนี้เป็นเพียงมุมมองทัศนคติส่วนตัวของผู้เขียน ท่านผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน นะครับบบ

เมื่อสถานการณ์ที่เราเปลี้ยนมาอยู่ฝั่งซื้อ ก็มักจะมีคำถามยอดฮิตว่า ควรซื้อหุ้นตัวไหนก่อน ? คำตอบสำหรับ Trend Follower อย่างพวกเรานั้นง่ายมาก คือ ซื้อตัวที่แข็งแกร่งที่สุดก่อน และเป็นหุ้นที่ทะลุจุดสูงสุดเดิมขึ้นมาหลังจากที่ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว หุ้นตัวเก่งพวกนี้จะเป็นหุ้นกลุ่มแรกที่พุ่งขึ้นมา และแสดงตัวให้เห็นก่อนตัวอื่นนับจากจุดซื้อของมัน ในสถานการณ์ที่กล่าวมาข้างต้น หากเจอหุ้นที่เคลื่อนตัวแรงสุดก็มักจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด และให้ประสิทธิภาพของตลาดในตอนนั้นบอกเราว่าควรจะเอาเงินไปลงตรงไหน อย่าใช้ความคิดส่วนตัว อย่าเข้าข้างตัวเอง เพราะมันยากที่จะเทียบกับความจริงของตลาดได้ ซึ่งสุดท้ายแล้วความคิดเห็นส่วนตัวจะไม่มีความหมายอันใดกับสิ่งตลาดได้ตัดสิน หุ้นที่แกร่งมักจะปรากฏตัวให้เห็นในช่วงต้นตลาดกระทิงรอบใหม่ พร้อมกับการเป็นหุ้นตัวเก่งที่มีผลกำไรโดดเด่นสร้างสีสันให้ตลาด

cover-img-cg04

การกระจายความเสี่ยงและการจัด position ให้เหมาะสม

ในชีวิตจริง มีน้อยคนมากๆที่จะสามารถทำอะไรต่างๆ มากกว่าหนึ่ง หรือสองอย่างๆไปพร้อมๆกันให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พวกคนที่ชอบทำได้หลายๆอย่างนั้นส่วนมากจะไม่ได้เชียวชาญในเรื่องใดเลย และน้อยมากที่พวกเขาจะประสบความสำเร็จไม่ว่าจะในเรื่องไหนก็ตาม คำว่า อย่าโยนไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียวนั้น ฟังดูเหมือนจะเป็นคำแนะนำที่ดี แต่หากมองในแง่ของการลงทุน ยิ่งคุณกระจายความเสี่ยงในหุ้นมากตัวเท่าไหร่ นั่นอาจจะทำให้คุณรับรู้เรื่องต่างๆน้อยลงเท่านั้น เทรดเดอร์หลายคนมักมีการกระจายความเสี่ยงที่มากเกินไป จริงๆแล้วผลลัพธ์ที่ดีนั้นมักจะเกิดจากการที่เรามุ่งเน้นในหุ้นที่ดีแค่ไม่กี่ตัวที่เราสามารถรับรู้ถึงผลงานได้เป็นอย่างดีและคอยเฝ้าดูมันอย่างระมัดระวัง ซึ่งในอดีตก็มีตัวอย่างเทรดเดอร์มากมายที่พอร์ตโฟลิโอต้องสูญเงินจำนวนมากจากการกระจายความเสี่ยงที่มากไปในช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง จะเห็นได้ว่ามันไม่ได้ช่วยปกป้องพอร์ตโฟลิโอของเราได้เลยหากเกิดสถานการณ์ที่เลวร้ายแบบนั้น เพราะการกระจายความเสี่ยงที่มากไปจะทำให้เราตอบสนองต่อสถานการณ์ได้ช้าจากความที่มีหุ้นมากตัวเกินกว่าที่ตนจะสามารถบริหารจัดการได้ กว่าจะรู้ตัวว่าสถานะที่ถืออยู่นั้นไปไม่รอดแล้ว เงินทุนก็อาจจะติดลบไปมากแล้ว

13568828_630266757136506_7130331746891107380_o

พฤติกรรมของ macd 2 period และ การเกิดรูปแบบซ้ำเดิมของราคา

การที่ผมเข้ามาทำงานในสายงานผู้แนะนำการลงทุนนั้น ทำให้ผมมองเห็นภาพหลายๆด้านของนักลงทุนหรือนักเก็งกำไรที่เข้ามาเพิ่มขึ้นกว่าเดิมมาก ด้วยความที่ในอดีตที่ผ่านๆมาผมจะเน้นการเก็บตัวและไม่ค่อยได้พบเจอผู้คนเท่าใดนัก นี่จึงเป็นสิ่งใหม่ที่ผมพบเจออาจจะดูเรียบง่ายแต่ก็แฝงความน่าสงสัยอยู่มากมายเช่นกัน สิ่งที่ผมเห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ ถึงแม้ผมจะแนะนำบุคคลใดให้ซื้อหรือขายหุ้นหรือสินค้าตัวใดก็ตาม หากสิ่งที่ผมชี้นำเป็นแนวทางที่ผมใช้แต่ไม่ตรงกับแนวทางของเขา นั่นย่อมส่งผลให้บุคคลนั้นๆเกิดการ Bias เกิดทั้งความกลัวมากจนเกินไป และโลภมากจนเกินไป พวกเขาไม่กล้าที่จะซื้อทั้งๆที่หุ้นตัวนั้นกำลังไปได้ดี พวกเขาเลือกที่จะนิ่งเฉย พวกเขาไม่เลือกที่จะขายถึงแม้หุ้นตัวนั้นจะแย่แค่ไหน พวกเขาก็อยากที่จะอัดเงินเข้าไปถัวเฉลี่ยให้สถานะแย่ๆนั้นให้มันอ้วนขึ้นๆ เพราะพวกเขาให้ความสำคัญกับหุ้นที่เป็นขาลงมากกว่าขาขึ้น ถึงแม้ว่าพวกเขาอาจจะเข้าใจดีอยู่แล้วว่าหุ้นนั้นมันเล่นได้แค่ขาขึ้นหากคุณต้องการ Capital Gain.. มันไม่ใช่สิ่งที่ผิดใดๆและไม่มีใครที่สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าสิ่งใดคือสิ่งที่ถูกต้อง เพราะการเทรดและการลงทุนก็สะท้อนตัวตนของคนๆนั้น ผมเองก็เคยทั้งผิดและถูก มีทั้งได้มากและเสียมาก ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และการกระตุ้นตนเองให้เรียนรู้ตลอดเวลา แน่นอนว่าด้วยการที่ผมจะเน้นการเทรดตามแนวทาง Trend Following นั่นจึงทำให้ผมมองเห็นทุกอย่างได้อย่างชัดเจนว่า การเทรดตามแนวโน้มที่ดูเหมือนจะง่าย แต่มันก็ยากสำหรับคนหลายๆคน

13568956_629374723892376_8871634347462606691_o

หุ้น BWG : บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน)

เมื่อต้นเดือนก่อน เดือนมิถุนายนก่อนหน้านี้เพ็จเราได้เคยโพสเกี่ยวกับการหาหุ้นที่เกิดการพักตัวของฟิโบนาชี ซึ่งตอนนี้หุ้นตัวนี้ได้ทำการเบรคทำราคาสูงสุดในรอบ1ปีครึ่ง(เส้นสีเหลือง) และทำ All Time High ราคาสูงสุด (เส้นสีน้ำเงิน) ทำราคาจากจุดต่ำสุด (1.13 บาท) ถึงปัจจุบันประมาน 135% ภายในครึ่งปี เป็นตัวนำตลาดของกลุ่ม PROF (บริการเฉพาะกิจ) ซึ่งจะเป็นประเภทเดียวกับ GENCO เนื่องจากหุ้นทำ All Time High ตอนนี้จึงเกิดสัญญาณซื้อขึ้นอีก แต่ควรจะพิจารณาดู Volume ไปด้วย แนวต้านชาร์ท Week จากฟิโบนาชีตอนนี้อยู่ที่ประมาน 2.7 บาท เพิ่งจบไปสองไตรมาส หากงบผลงานงบการเงินของไตรมาส2ในปี 59 (Q2/59) ของบริษัท BWG ถ้าออกมาดีราคาหุ้นจะสมเหตุสมผล แต่หากงบออกมาไม่สวยก็ควรพิจารณาอีกทีครับ🙂

13584722_627691357394046_4180175661072851704_o

ลักษณะที่เกิดขึ้นซ้ำเดิม โดยอาศัยการเทรดแบบ Trend Following

ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นย่อมส่งผลมาจากผลดำเนินงานที่ดีขึ้น ดังนั้นหากถามว่าพื้นฐานของกิจการนั้นสำคัญไหม? คำตอบคือ.. สำคัญมากเพราะมันจะเป็นตัวกระตุ้นให้ นักลงทุนสนใจ รวมถึงเป็นปัจจัยสนับสนุนชั้นเยี่ยมที่ส่งผลให้ราคามีการปรับตัวขึ้น

หากถามว่าพฤติกรรมของราคานั้นสำคัญไหม ? และจำเป็นไหมที่เราต้องใช้ชาร์ทราคาเพื่อสนับสนุนการติดสินใจ คำตอบคือ.. แน่นอนชาร์ทราคาก็เป็นสิ่งที่ทำให้เรามองเห็นพฤติกรรมของราคาได้ชัดเจนเช่นกัน และมันจะเป็นจุดที่เราใช้ตัดสินใจในการซื้อหรือเปิดสถานะ

หากถามว่าแล้วทำไมจึงต้องใช้ทั้ง 2 สิ่งมาพิจารณา เราพิจารณาแต่ตัวพฤติกรรมราคาได้ไหม หรือเราใช้แค่ปัจจัยพื้นฐานเพื่อเป็นตัวบ่งชี้คุณภาพของกิจการได้ไหม? คำตอบ.. ก็ได้เช่นกัน มันไม่มีผิดหรือถูก มันสำคัญที่ว่าคุณเป็นผู้มีจริตแบบใด และการดำเนินชีวิตของตัวคุณเองนั้นเป็นลักษณะใด

13501632_626261404203708_8382340230474360522_n

สามเหลี่ยมเลือกทิศทาง ” Triangle Pattern ” ( รูปแบบสามเหลี่ยม )

แพทเทิร์นแบบสามเหลี่ยม ( Triangle Pattern ) เกิดจากราคาหุ้นเคลื่อนไหวแบบ Sideways แล้วแคบลง เมื่อลากเส้นเชื่อมจุดยอดอย่างน้อย 2 จุด และเชื่อมจุดฐานอย่างน้อย 2 จุด จะมาพบกันเป็นมุมแหลม ในกรอบสามเหลี่ยมนั้นจะเห็นว่าเปิดกว้างแล้วค่อยๆ เล็กลงจนทำมุมเป็นสามเหลี่ยม เป็นการเล่นราคากันระหว่างแรงซื้อและแรงขายที่ค่อยๆ บีบตัวจนเกิดรูปแบบดังกล่าว เมื่อการบีบตัวในกรอบสามเหลี่ยมแคบลง โอกาสที่จะเกิดการระเบิดของราคาก็ยิ่งสูงขึ้น เมื่อทะลุกรอบสามเหลี่ยมได้ ( Break Out ) จากนั้นโดยส่วนใหญ่ราคาจะทะลุผ่านขึ้น หรือลงจากยอดปลายแหลม โดยที่ Volume การซื้อขายหุ้นจะลดลงขณะที่มีการก่อตัวเป็นรูปสามเหลี่ยม และ Volume จะมากขึ้นเมื่อ Break Out ผ่านเส้นปลายแหลมไปได้

จอร์แดน-เบลฟอร์ต-Jordan-Belfort-หมาป่าแห่งวอลล์สตรีท

จอร์แดน เบลฟอร์ต (หมาป่าแห่ง วอลล์ สตรีท)

The Wolf of Wall Street คือ ฉายาของ จอร์แดน เบลฟอร์ต ‘หมาป่าแห่ง วอลล์ สตรีท’ โบรกเกอร์หนุ่มที่สามารถทำเงินจากตลาดหุ้นได้มากกว่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี เป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทมหาชนกว่า 50 บริษัท และยังเป็นผู้ฝึกหัดสร้างพนักงานขายฝีมือฉกาจมากมายกว่า 1000 คนด้วย

เมื่อฮัลโลวีนปี 2558 ที่ผ่านมา จอร์แดน เบลฟอร์ต ได้มีโอกาสเดินทางมายังเมืองไทย เพื่อบอกเล่า The Truth Behind His Success The Wolf of Wall Street ให้กับคนไทยได้ฟัง และนี่คือการเจาะ 3 คมคิดผู้นำ จอร์แดน เบลฟอร์ต จากประสบการณ์ชีวิตของเขา ชายผู้เคยโอบกอดทั้งความล้มเหลวและความสำเร็จมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน